2009/Feb/04

นั่งแต่งระหว่างฟังเพื่อนรายงานปลา..(= = )aแบบว่าคนดีจัด

 ใครรับYuriไมได้ก็ผ่านไปแล้วกันนะครับ^ ^

 

เคร้ง!!”

 

              เสียงของคมดาบเรียวบางกระทบเข้ากับกรงเล็บหนาหนักสีเทาขุ่นของร่างที่ใหญ่โตจนสูงเทียมเงาของยอดไม้    แสงแดงยามเย็นทอดย้อมท้องฟ้าให้กลายเป็นสีแดงฉานไม่แม้แต่กระทั่งหยดเลือดสีดำที่กระซ่านเซ็นตามกิ่งใบของต้นไม้รอบข้างที่หักพับจากการอาละวาดของร่างทั้งสอง

 

            คมดาบที่บิ่นหักจากแรงปะทะอันหนักหน่วงค่อยๆแตกร้าวจนเมื่อแสงปลาบจากการปะทะครั้งล่าสุดก็ทำให้ใบดาบที่เคยยาวเกือบสองช่วงแขนของผู้ถือหักสั้นแหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งของความยาวเดิม  เศษเหล็กยาวกระเด็นปักลึกเข้าไปในพื้นดินเฉียดเอาใบหน้าขาวซีดของผู้เป็นเจ้าของจนเกิดรอยเส้นสีแดงซึมให้เห็นชัด

 

           ชิ!!

 

           เสียงสบถจากริมฝีปากบางที่แทบจะซีดกลืนเป็นสีเดียวกับผิวหน้าดังขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ   ของราคาถูกก็ถูกจำกัดสภาพการใช้งานไปตามราคา  ถึงจะนับว่าไม่เลวร้ายนักเมื่อผิวเกล็ดหนาของร่างสัตว์ร้ายตรงหน้าถูกกรีดบาดเป็นแผลลึกหลายแห่งแต่ก็ยังไม่ดีพอที่ดื่มลึกจนทำให้หยุดลมหายใจของมันได้

 

        นัยน์ตาสีแดงเลือดเริ่มกวาดมองไปรอบๆตัวเมื่อขีดจำกัดของร่างกายร้องเตือน  ก่อนจะถอนลมหายใจอย่างปลงความคิดเมื่อมองประเมินทางหนีเทียบกับร่างที่เจ็บหนักแต่ก็ยังคงสามารถที่จะส่งมอบความตายให้สิ่งมีชีวิตธรรมดาอย่างตนได้ตลอดเวลา  

 

             หึ!”

      

             มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวแค่นเสียงหนักในจมูกก่อนจะพุ่งตัวสวนกับกรงเล็บหนักที่พุ่งเข้ามาหา  เสียงสวบดังแทรกผ่านเสียงลมหายใจหอบ  แขนขวาทั้งแขนร้อนวาบราวกับโดนลวก  ภาพที่มองเมื่อร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างคือปลายด้ามดาบที่ปักมิดกลางหน้าผากร่างใหญ่ยักษ์นั่น

 

                           ร่างสูงโปร่งหัวเราะปร่าในคอแผ่วเบาราวกับประชดเสียงหัวใจที่ยังดังก้องอยู่ในหัว แขนขวาขยับยกแต่กลับไร้ความรู้สึก เมื่อแตะแคงหน้าไปมองก็พบกับแท่งเนื้อที่ย้อมเหวอะไปด้วยเลือดสีคล้ำ   ดวงหน้าขาวซีดขยับแหงนอีกครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นมือซ้ายที่ขยับหยิบสายสร้อยที่ห้อยไว้ด้วยไข่มุกทรงหยาดน้ำสีดำนวล แหวนนิลทรงเกลี้ยงคล้องมัดอยู่ไม่ห่าง  รอยสลักสีทองในตัวแหวนด้านในเด่นชัดในแสงรำไร

 

                        เอเนม&ซาเรมา

 

                    เอเนม.....เอิล์น....เมื่อไหร่ข้าจะตายเสียทีรู้บ้างไหมซาเรมา....ซาเร...ของเจ้า..ไม่อยากจะอยู่โดยไม่มีเจ้าอีกแล้ว

 

                   ภาพรอบตัวมืดลงเรื่อยๆเลือดสีแดงเจิ่งนองจนแผ่นหลังเริ่มรู้สึกถึงความชื้น สติสัมปชัญญะลอยห่างออกไปพร้อมๆกับแสงสีดำที่ทอดตัวโอบล้อมร่างอาบเลือดไว้อย่างอ่อนโยนราวกับรัติกาลกำลังโอบรับร่างนั้นเข้าไปในอ้อมแขน  ชั่วแวบที่สายลมพัดแผ่วเบาให้ยินฟังคล้ายเสียงกระซิบ

 

                     ซาเรที่รักแห่งข้า......โปรดรับรู้เถิด เอิล์นของเจ้าก็มีหัวใจไว้เฝ้ารอเจ้าแค่เพียงผู้เดียว

 

.................................................................................................................................................

        

                     ซาเรมา..อัศวินหญิงแห่งโบสถ์มาการี....

                            

                          เสียงขานนามพร้อมตำแหน่งที่นำพาเสียงซุบซิบให้ดังกระซาบห้องโถงกว้าง  ชำแรกผ่านบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของพิธีการแต่งตั้งให้หม่นหมอง  แต่กลับไม่ได้ลดทอนความทระนงของแผ่นหลังที่กำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ปูพาดไว้ด้วยผืนพรมสีแดงสด  เส้นผมสีเทาต้องแสงที่ส่องผ่านแผ่นกระจดสีดูเลื่อมพรายคล้ายหมวกเหล็ก

 

                         ร่างสูงบางทรุดเข่าลงนั่งเบื้องหน้าร่างของชายชราในชุดเสื้อคลุมหูหรา ตรากางเขนสูงค่าถูกห้อยแขวนไว้กึ่งกลางหน้าอกที่มีมือทั้งสองข้างประนมตั้งอยู่  หัวแหวนแซปไฟร์บ่งศักคาร์ดินัล    ปลายดาบสีเงินวะวับวางแตะลงบนเกราะบ่าก่อนที่เจ้าของนามซาเรมาจะรับปลายคมนั้นมาแตะแนบริมฝีปากแล้วใช้มือทั้งสองข้างรับดาบยาวทรงกางเขนมาถือประคองไว้เหนือศีรษะ

 

                          จงสวมเสื้อเกราะแห่งพระเจ้าเอาความชอบธรรมเป็นแผ่นเกราะปกป้องหน้าอก...ความศรัทธาเป็นโล่...เอาความรอดเป็นหมวกเหล็ก  และกุมพระแสงดาบแห่งพระจิตของพระผู้เป็นเจ้าเถิด....ในนามแห่งพระผู้เป็นเจ้าชัยชนะเหนือความชั่วร้ายทั้งปวงจนเป็นของอัศวินแห่งพระองค์

 

                         เอเมน

...................................................


.............................

 

..................

.....

..

.

 

                       ซาเรมา..

 

                   เสียงเรียกปนอาการหอบดังพร้อมกับเสียงฝักดาบกระทบเกราะเหล็กเป็นจังหวะ เมื่อร่างหนาของชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอัศวินผู้สังกัดใต้ร่มธงแห่งสนจักรเฉกเช่นเดียวกัน มือเรียวหยาบชะงักจากการจัดการกับสัมภาระบนหลังม้า...เกราะหนังถูกเลือกใช้แทนเหล็กแผ่นหนาหนักเมื่อต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง..ดาบยาวในฝักคาดติดเอว

        

                       มีธุระเร่งด่วนอะไรกับข้าหรือจอห์น...หากไม่ข้าคงต้องเสียมารยาทด้วยว่าข้าอาจจะไปไม่ถึงมาการีในค่ำนี้หากเจ้ายังคงรั้งเรียกข้าไว้เยี่ยงนี้

 

                      นั่นแหล่ะธุระของข้า..ซาเรมาแห่งมาการี....เจ้าคิดจะไปโดยไม่ร่ำลาสหายเจ้าเลยหรือไร

                  อัศวินสาวส่ายศีรษะเบาๆอย่างอ่อนใจนัยน์ตาสีโลหิตสวยมองสบนัยน์ตาสีเหล็กที่ตอบรับอย่างจริงใจพลางเอ่ยคำพูดกลั้วเสียงหัวเราะให้คนรับฟังยิ้มกว้าง

 

                         คนไร้หัวนอนปลายเท้าเยี่ยงข้าจะเอาอะไรไปเป็นสหายกับเหล่าบุตรผู้ครองแค้วนเยี่ยงพวกท่านได้

 

                        ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าและความสามารถของเจ้าอย่างไรเล่า ซาเร

 

                 เสียงเรียกนามท้ายประโยคอ่อนโยนจนคนชวนให้คนฟังอ่อนใจนักเมื่อมันบอกชัดถึงความรู้สึกของผู้พูดชัดเจนพอๆกับแววตาที่ฉายบอก

 

                       จอร์นิทแห่งการ์นี...โชคร้ายอันใดที่ทำให้ข้าพบท่านเมื่อกว่าสองปีที่แล้วกันซาเรมาโทษความโชคร้ายที่ทำให้ชีวิตเธอวุ่นวายเกินกว่าที่เธออยากให้เป็น  ถึงยังไงก็จอห์นเป็นสหายที่ดีไม่กี่คนที่เธอมีและเธอไม่ต้องการให้มันเป็นมากไปกว่านั้น.....ซึ่งนั่นตรงข้ามกับความคิดของคนตรงหน้าเหลือเกิน

 

                      โชคดีของข้ายังไง ซาเร ถ้าข้าไม่พบเจ้าตอนนั้นข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้

 

                      ชายหนุ่มระลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตนได้มีโอกาสได้พบกับผู้หญิงคนนี้ 

 

                      คณะแสวงบุญของเหล่านักบวชและอัศวินฝึกหัดที่เดินทางผ่านป่าทึบที่ชายเขตเมืองมาการีถูกล้อมไว้ด้วยสัตว์ร้ายจากขุมนรกที่ถูกมนุษย์เรียกขานว่าปีศาจเกือบสิบตน   จำนวนที่มากผิดปกติของสิ่งมีชีวิตที่มักจะออกล่าอย่างโดดเดี่ยวทำให้ขบวนผู้คุมกันถูกเข่นฆ่าอย่างรวดเร็วจนเหลือเพ