2008/Oct/01

เอารูปลูกมาลง....เนื่องจากเริ่มขี้เกียจอ่านหนังสือสอบ(อีกแล้ว)

บล็อคนี้อัพแต่ตอนสอบ....5555

 

พัฒนาการลูกน้อย.....

she....ชื่อกล้วยหอมค่ะ....ตอนนี้อายุประมาณเดือนครึ่งถึงสองเืดือน

เด็กๆเรียบร้อย....กินข้าวเสร็จก็หลับอยู่ในมือ...ยังเล็กไม่ค่อยซน..เกาะติดเเม่มันมาก

อันนี้ตอนประมาณสี่เดือน ....เป็นกระรอกหัวโต..555(แต่น่ารัก....)

เริ่มซน....แต่ยังวิ่ง+กระโดดไม่ค่อยคล่อง.....

.

..

....

........

และ..........

นี่คือshe ณ ขณะนี้....อายุประมาณ7-8เดือนแล้วค่ะ(ลูกสาวฉานนนนนนน...น่ารัก!!!!~)

เฮ้ยๆๆๆ.....ไม้เลี้ยงตรู.....อย่าไปแทะ....T T

มันยังไม่เลิก....= ='

ในที่สุดก็แยกsheออกจากขวดนั่นได้....

แทะมือแม่มันแทน.....

สนุก she.....= =a

 อ้วนแล้วนะนี่ลูกตรู...เหมือนแม่5555

 แทะตู้แทน...

 

หลังจากออกมาป่วนห้องพอกลับเข้าที่นอน.... ..ดูมันแผ่...

 

.....พอโตขึ้นตอนนี้วิ่งพล่านทั่วห้องมาก.......เเทะทุกอย่างที่ขวางหน้า.....

คว้าอะไรได้วิ่งเอาไปซุกกรงหมด...เมื่อวานเพิ่งเอาวิตามินหยอดน้ำ(สีแดงๆ)ไปแทะในกรง(ไอรอยแดงๆตรงผ้า)

อยากเผาshe....แต่ขี้เกียจ..เอิ้กกก....เลิกดีกว่า

 

ไปท่องหนังสือต่อ

 

 

 

 

2008/Aug/12

คำเตือน..

shojo-aiมีความหมายในทางเดียวกับyuri..แต่เป็นในลักษณะอาการที่เบากว่าคือไ่ม่มีอะไรที่เกินไปกว่าการกอด.จูบ..ซึ่งคนเขียนตั้งใจไว้ว่าตะแต่งไม่ให้มันแรงไปกว่านั้น ถ้าใครที่รับเรื่องในแนวนี้ไมได้ กรุณาอย่าอ่านเพราะไม่ได้เอามาลงให้ติในเรื่องของความคิด(วิปริต ผิดธรรมชาติ...บลาๆๆๆ)แต่ยินดีรับคำติในแง่ของการเสนอแนะความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์..และคำติชมในแง่ของการแต่งนิยาย

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและให้คำติชมครับ  ^ ^

 

บทที่ 1

           

             ถ้าวันหนึ่งฉันเดินไปไกลถึงสุดขอบฟ้า  แล้วข้างหน้าของฉันจะมีอะไรอยู่นะ  

 

                  ...............................................................................................................................................

 

                  ไหมจ้ะ  เย็นนี้ว่างรึเปล่าพี่ๆหมอเค้านัดกันไปเลี้ยงไปด้วยกันนะ คำทักทายจากหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่เปิดประตูพรวดเข้ามาภายในห้อง  ส่วนปลายของหูฟังแพทย์ที่ห้อยคาอยู่ที่คอถูกจับยัดไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างหนึ่ง  หมอสาวอมยิ้มกับกับคนถูกถามที่นั่งจมอยู่กับหนังสือเล่มโปรดในมือจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

 

                 ร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน สวมเสื้อกาวน์ลักษณะเหมือนผู้มาเยือน  ใบหน้าอ่อนเยาว์จนเหมือนเด็กสาวอายุ20ต้นๆ  เส้นผมสีดำสนิทยาวจรดเอวถูกมัดรวบก่อนจะขมวดเป็นมวยอย่างง่ายๆด้วยปากกาแท่งเดียวนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องอยู่กับตัวหนังสือตรงหน้า ร่างบางยิ่งดูเล็กไปถนัดเมื่อเทียบกับขนาดโต๊ะทำงาน กระเป๋าใบเก่งยังถูกเปิดแง้มคาอยู่บนโต๊ะ  บอกให้รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะกลับบ้านแต่ก็มาติดหนึบกับหนังสือในมือเสียก่อน

 

                  ทันตแพทย์หญิงสุนิสาคะ!!! ” คุณหมอสาวร้องทักอย่างแกล้งยั่ว

 

                 พี่ปัท!!”  สุนิสาสะดุ้งสุดตัวเมื่อหนังสือในมือถูกคว้าหมับหายไปจากตรงหน้าด้วยฝืมือของพี่หมอที่เธอคุ้นหน้าดี

 

                 จ้า..... ปัทมารับคำเสียงใสไม่สมอายุ ก่อที่จะเดินเข้าไปยีหัวอีกฝ่ายเล่นอย่างเสียไม่ได้ด้วยความเอ็นดู เมื่อสุนิสา หรือ ไหมมองกลับมาที่หนังสือที่ถูกแย่งมาตาละห้อย

 

                โอ๋ๆ  เย็นนี้ไปเที่ยวกับพวกพี่แล้วจะคืนให้นะ

 

                 สุนิสามองใบหน้าล้อๆ ของหญิงสาวที่เป็นถึงศัลยแพทย์มือดีประจำ รพ.ที่เธอพึ่งย้ายเข้ามาหลังจากเรียนจบได้ปีกว่าๆ  พวกพี่หมอ ลุงหมอ  กับพนักงานที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเองทำให้ไม่ยากนักที่ คนตัวคนเดียวอย่างเธอจะปรับตัวได้

 

               ว่าไง ไหม ไปกับพวกพี่นะ มีคนอยากให้เรารูจักด้วยหล่ะ

 

           ค่ะ  ว่าแต่มีใครไปบ้างล่ะคะพี่ปัท สุนิสามองท่าทางของคุณหมอที่นางพยาบาลพากันตั้งฉายาว่าจอมเฮี้ยบด้วยอาการยิ้มๆ

 

               ก็มีพี่  กับพี่ชาติแผนก ศัลย์  หมอชาญวิทย์แผนกกระดูก  หมอศิริแผนกอายุฯ แล้วก็หมอปราณีแผนกสูติฯ หมอสาวร่ายยาวจนคนฟังต้องยิ้มกว้างก่อนจะทักขึ้นบ้าง

 

               ไปกันหมด รพ.เลยรึเปล่าคะเนี่ย  เล่นยกกันไปแทบจะทุกแผนกอย่างนี้แล้วใครจะอยู่เวรกะดึกไอหมอฟันอย่างเธอยังพอว่าแต่แผนกที่พี่ปัทไล่ๆมาชักหน้ากลัวถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา

 

                ไม่ต้องห่วง แลกเวรกันเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวรอพี่ชาติเค้าออกเวรแล้วก็ไปกัน   หมอสาวพลิกหนัง

สือเล่มหนาในมือ ไปมาก่อนจะไปสะดุดกับชื่อผู้แต่งที่ติดอยู่ที่หน้าปก

 

                นาวี....พี่เห็นไหมอ่านหนังสือของคนนี้บ่อยจัง รอยยิ้มแปลกๆฉาบบนริมฝีปากเพียงชั่วแวบก่อนจะจางหายไป หนังสือเล่มหนาที่เอานิ้วคั่นหน้าไว้ถูกส่งคืนให้เจ้าของที่รับกลับไปเอากระดาษคั่นอย่างทะนุถนอม

 

                โถ่!พี่ปัท คนเขียนคนนี้เค้าเขียนดีออก ไหมชอบแนวคิดเค้า  มันมีอะไรแปลกๆดี   ร่างบางพูดพลางเก็บหนังสือเล่มหนาลงกระเป๋าโดยไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดวาบบนริมฝีปากของอีกฝ่าย

 

             แล้วนอกจากแนวคิดแปลกๆแล้ว คนเขียนคนนี้ไม่มีอะไรดีแล้วหรอไหม คำถามที่เหมือนจะหยั่งความคิดของอีกฝ่าย เมื่อหญิงสาวทั้งคู่เดินออกมาจากห้องพักแพทย์เพื่อไปรอสมาชิกที่เหลือ

 

                  ร่างบางนิ่งชะงักเพื่อครุ่นคิดคำตอบท่าทีจริงจังจนปัทมาอดนึกถึงรุ่นพี่ตัวแสบของเพื่อนต่างคณะของเธอขึ้นมาไม่ได้   เด็กสาวตรงหน้าเองก็ได้รับการไหว้วานจากพี่สาวของรุ่นพี่คนนั้นให้เข้ามาลองงานที่นี่ แล้วยังไม่วายที่คนน้องจะฝากเพื่อนสาวของเธอมาฝากฝังให้เธอช่วยดูแลอีก แต่ก็เอาเถอะ เด็กคนนี้ก็น่ารักดีถ้ามีน้องสาวซักคนเธอเองก็อยากได้น้องสาวแบบนี้เหมือนกัน

 

                 ไม่ใช่ข้อสอบเลื่อนเงินเดือนนะไหมไม่เห็นต้องทำหน้านิ่วขนาดนั้นเลย ปัทมายั่วอีกฝ่ายเล่นเมื่อเดินมารอคนที่เหลือที่หน้าเคาท์เตอร์ รพ.

 

                พี่ปัท อย่าเพิ่งแซวซิคะ...ไหมเองก็กำลังคิดเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้ชอบอ่านงานของคนเขียนคนนี้นัก

 

            ร่างบางนั่งหน้าเครียดจนปัทมารู้สึกขำ จนเมื่อร่างสูงโปร่งของกันชาติในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพื้นเดินรวมกลุ่มมากับอีก สองสาว และหนึ่งหนุ่ม ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเนื้อ มายืนอยู่หน้าปัทมาและสุนิสาที่นั่งหลับตาคิดไม่สนใจสิ่งรอบๆข้าง  กลุ่มผู้มาใหม่มองหน้ากันอย่างงงๆก่อนที่กันชาติจะเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

 

                  ปัท  น้องไหมเค้าเป็นอะไรรึเปล่า??

 

             คำทักที่คนเอาคนถูกพาดพิงลืมตาโพลงขึ้นมาก่อนใบหน้าจะร้อนวูบเมื่อเห็นพี่หมอทั้งหลายมายืนมองตัวเองอยู่   ก่อนจะหันไปค้อนขวับใส่ปัทมาที่หลบไปยืนหัวเราะหลังกันชาติโดยอาศัยแผ่นหลังของชายหนุ่มเป็นเครื่องกำบัง

 

             เสียงหัวเราะคิกดังจากผู้ร่วมเหตุการณ์ที่เหลือดังแทรกเบา.... ภาพคุณหมอจอมเฮี้ยบหรือในอีกชื่อคือจอมจุ้นสำหรับเพื่อนๆรุ่นเดียวกันรวมถึงรุ่นพี่อย่างกันชาติ ลูกชายเจ้าของ รพ. ที่พวกเค้าทำงนอยู่ ปัทมาดูจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่ดีสำหรับน้องใหม่อย่างสุนิสา  จากที่เคยเป็นเด็กเงียบๆกลับกลายเป็นผู้คอยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับคนอื่นๆ....ถึงจะเพราะถูกพี่เลี้ยงแกล้งก็เถอะ  

 

                   เอ้าๆ พอได้แล้ว ทั้งยัยปัททั้ง สุนิสานั่นแหล่ะ กันชาติที่กำลังกลั้นยิ้มตัดบท  ก่อนจะคว้าข้อมือคนที่ทำท่าจะไปยั่วอีกฝ่ายต่อให้เดินตามตัวเองไป

 

                    สุนิสา หันไปมองพี่หมอคนอื่นๆที่ยิ้มให้กันกับรอยสีชมพูจางๆบนใบหน้าของคนขี้แกล้งที่เจอคนขี้แกล้งยิ่งกว่าลากไป  มือเล็กทั้งแกะทั้งสะบัดจะให้หลุดจากการเกาะกุมแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่บ่นอุบก่อนจะส่งสายตามาเร่งให้ผู้ชมทั้งสี่รีบๆเดินตามตัวเองไปที่ลานจอดรถ

 

                  ปัทจะไปนั่งกะไหม  น้องเค้ายังไปไม่ถูก คนอาสานำทางว่าเสร็จก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายปล่อยให้เธอขึ้นรถเผ่นแผลวไปนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับของสุนิสาที่กำลังสตาร์ทเครื่องแทน

 

             หมอบ้าอะไรไม่รู้ มือเหนียวยังกะตุ๊กแก.. เสียงบ่นงึมงำในลำคอของปัทมาที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยทำเอาสุนิสาแทบจะหลุดหัวเราะ 

 

                ไหม พี่ฝากวางของไว้เบาะหลังหน่อยนะ ปัทมาบอกก่อนจะเอี้ยวตัวไปทางเบาะหลังจะโยนกระเป๋าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นตั้งหนังสือที่วางกองอยู่เกือบสิบเล่ม

 

                 โหไหมเราพกหนังสือนี่ไปทุกที่เลยหรอ???    ใช่เรายังไม่ได้ตอบพี่เลยว่าทำใมถึงได้ชอบคนเขียนคนนี้นัก

 

                พี่ปัทเคยอ่านหนังสือแล้วรู้สึกเหมือนเรากำลังพูดคุยกับคนเขียนรึเปล่าคะ?

 

            เห!!    ปัทมาอุทาน หญิงสาวทำท่าจะถามต่อคำตอบจากอีกฝ่ายก็ดังต่อขึ้นมาก่อน

 

                สำหรับไหมหนังสือแต่ละเล่ม  แต่ละบรรทัดมันสะท้อนตัวตน อารมณ์ แล้วก็ความคิดอ่านของคนเขียนออกมาค่ะ  ที่ไหมชอบอ่านหนังสือของคนเขียนคนนี้อาจจะเพราไหมรู้สึกว่าไหมคุยกับเค้ารู้เรื่องก็ได้    

 

               อืมมม.. เสียงรับคำยาวจนสุนิสาเริ่มระแวง โดยเฉพาะท่าทางครุ่นคิดจนน่าสงสัยของอีกฝ่าย

 

               พี่ปัทอย่าเพิ่งชวนไหมคุยเลยค่ะ  กำลังขับรถอยู่   สุนิสาตัดบทเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะซักต่อ ไม่รู้ทำไมพี่ปัทถึงได้ทำท่าสนใจกับเรื่องนี้นัก 

 

                หลังจากอุบัติเหตุเมื่อ 6 ปีก่อน ที่ทำให้เธอสูญเสียครอบครับ สุนิสาก็ตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกตามคำชวนของรุ่นพี่ที่ตนรู้จักก่อนจะกลับมาเมืองไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเพื่อร่วมงานแต่งานของรุ่นพี่คนนั้น หลังจากกลับมาเธอเองก็ได้แต่บอกปัดงานต่างๆที่รุ่นพี่คนนั้นแนะนำเพราะต้องจัดการธุระต่างๆให้เรียบร้อยจนเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา สุนิสาถึงได้ตอบตกลงที่จะเข้าทำงานใน รพ .นี้

 

            เหตุผลหนึ่งที่เธอเลิกที่จะทำตัวว่างเปล่าไปวันๆก็คงเพราะหนึ่งในหนังสือของคนเขียนที่ชื่อนาวี  ที่เธอได้อ่าน มุมมองแปลกๆที่เธอเคยมองข้ามทำให้การจัดการความรู้สึกที่คั่งค้างในใจได้อย่างน่าประหลาด  เรื่องราวความคิดที่แหวกแนวกลับสอดแทรกข้อคิดและความอ่อนโยนของผู้เขียนได้อย่างลงตัว และที่สำคัญไม่ว่าเมื่อไหร่เธอยังคงรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือของคนเขียนคนนี้

 

                .....................................................................................................................................................

 

                ถึงแล้วหรอคะ? สุนิสาหันไปถามผู้ร่วมทางที่พยักหน้าเป็นแทนการตอบ รถเก๋งสีดำทีขับนำหน้าเปิดไปเลี้ยวก่อนจะชะลอความเร็ว เมื่อป้ายบอกทางเข้าสวนอาหาร ที่ตัวป้ายเล็กจนแทบจะไม่เป็นที่สังเกต ปากทางเข้าปลูกต้นไม้หนาทึบ  แต่พอเมื่อตัวรถล่วงผ่านปากทางเข้ามาก็ทำให้เหมือนถูกตัดขาดจากภาพของเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายภายนอก 

          

              พี่ปัทรู้จักร้านนี้ได้ยังไงคะเนี่ย    สุนิสาอดไม่ได้ที่จะถามหลังจากเอารถไปจอดเธอก็ถูกพี่หมอทั้งหลายเดินนำราวกับรู้ทางดี พาเดินลิ่วไปพลางทักทายพนักงานไปพลางไม่เว้นแม้แต่ผู้จัดการร้านที่เป็นคุณลุงวัยกลางคนที่ยังอุตส่าห์วิ่งจากเคาเตอร์ออกมาทักทายก่อนจะ พาทั้งหมดไปนั่งโต๊ะ  ที่จัดแยกไว้ตางหากที่ชั้นสองของร้านที่แบ่งเป็นห้องๆ

 

              ร้านของคนรู้จักของพวกพี่น่ะ  เจ้าของร้านคนปัจจุบันเป็นเพื่อนสนิทของพี่นลินคณะสัตว์น้องสาวพี่วาริน ชื่อพี่วีนาเป็นมัณฑนากรน่ะ จำงานแต่งพี่วารินได้ป่าว พี่คนนี้แหล่ะที่เป็นคนออกแบบงานทั้งหมด แล้วก็เป็นแต่งเรือนหอให้ด้วยนะ   ปัทมาตอบคำถาม

 

                 สุนิสาเองก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆกับคำตอบพลางหวนคิดถึงภาพบรรยากาศงานเมื่อปีที่แล้ว งานเล็กๆอบอุ่นและเป็นกันเองกับเรือนหอที่ตกแต่งได้ตรงใจคนรับ แต่ไม่ว่านึกยังไงสุนิสาก็นึกหน้าพี่วีนาที่ว่าไม่ออกซักทีเหมือนกัน 

 

            ห้องอาหารในลักษนะกึ่งๆผับถูกตกแต่งในแบบยุโรปยุคคาวบอยแต่ก็แฝงบรรยากาศบ้านป่าแบบต่างจังหวัดด้วยความเป็นกันเอง  ลูกค้าในร้านส่วนมากก็ดูจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะทำเลอันลี้ลับของร้านแต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่ามีลูกค้าเยอะพอสมควรสำหรับร้านที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างแบบนี้  อาคารไม้สองชั้นไม่กว้างนัก ด้านหน้าถูกจัดเป็นสวนอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ  ด้านในร้านฝั่งหนึ่งจัดเป็นผับสำหรับนั่งดื่มส่วนอีกด้านจัดเป็นอาหารจานเดียวหรือไม่ก็กับแกล้มกับของกินเล่น  ส่วนชั้นสองถูกจัดสำหรับเป็นห้องพิเศษสำหรับแขกที่เป็นคนรู้จักหรือญาติเพราะบางส่วนของชั้นสองเป็นที่พักของเจ้าของร้าน

 

             น้อง!!  วันนี้เจ้าวีจะเข้ามารึเปล่า   กันชาติที่ส่งเมนูคืนให้พนักงานถามขึ้น

 

             ไม่รู้สิครับหมอ...ตอนเย็นแว่บเข้ามาแปปนึงแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ครับ  แต่น่าจะกลับหล่ะครับเพราะไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย   บริกรชายที่ถูกถามตอบ

 

              กันชาติพยักหน้ารับก่อนจะบอกขอบคุณ

 

             เดี๋ยวไหมมานะคะ ขอไปเอาหนังสือมาอ่านต่อหน่อย สุนิสาขอตัวจากวงสนทนาก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองของร้าน

 

           โครม!! ”

 

                   เสียงจากสุนิสาที่กำลังเดินออกจากประตูชนโครมเข้ากับร่างสูงของใครบางคนที่มัวแต่หันหลังคุยกับพนักงานในร้านจนไม่ได้มองทางข้างหน้าพอๆกับที่เธอมัวแต่คิดว่าจะหยิบหนังสือเล่มไหนมาอ่านดีจนไม่ได้มองอีกฝ่ายที่เดินสวนมา

 

           โอย..เป็นไรป่าวน้อง โทษทีพี่มัวแต่คุยไม่ทันมอง เสียงละล่ำละลั่กถามจากอีกฝ่าย  ท่อนแขนของสุนิสาถูกมือของอีกฝ่ายจับประคองไว้

 

           ไม่เป็นไรค่ะ ทางนี้ก็มัวแต่เหม่อเหมือนกัน สุนิสาตอบก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายที่เป็นหญิงสาวร่างสูง ดูแล้วคงจะอายุพอๆกับพี่ปัทมา  ผมยาวสีดำถูกมัดรวบง่ายๆคล้ายๆกับเธอ เสื้อบาสตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงขาสั้นสีเดียวกันชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการออกกำลังกาย เผยให้เห็นผิวเนียนขาวจัดแบบคนทางเหนือนัยน์ตาสีดำดูเป็นมิตร ส่อแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด  ในเมื่อคนถูกชนสูงน้อยกว่าเธอตั้งเกือบคืบ  ตัวเล็กจนน่ากลัวว่าจะมีส่วนไหนบุบสลายจากความไม่ระวังของเธอรึเปล่า

 

           โห พี่เมาขนาดชนลูกค้าแต่หัวค่ำเลยหรอ บริกรในร้านร้องแซว  ในขณะที่คนตัวสูงได้แต่ชูกำปั้นเป็นเชิงฝากไว้ก่อน

 

           ขอตัวก่อนนะคะ   สุนิสาอมยิ้มกับท่าทางตลกๆนั่นก่อนเอ่ยขอตัวเพื่อไปหยิบหนังสือตามที่ตั้งใจไว้ ไออุ่นที่ต้นแขนยังคงอบอวลอยู่ตรงนั้น

 

          ลานจอดรถยังคงเงียบสงบลุงยามที่เฝ้าลานส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตอนที่สุนิสาเดินถือหนังสือผ่านหน้าไปรอยยิ้มที่เหมือนภูมิใจอะไรมากมายที่ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเองคุณลุงคนนั้นคงจะยิ้มให้กับหนังสือในมือเธอ  ภายในร้านดูจะวุ่นวายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อมีแขกเข้ามามากขึ้น เสียงโหวกเหวกก็ยังคงเข้าได้กับบรรยากาศทางยุโรปปนบ้านนอกของเมืองไทยพอกับความเงียบเมื่อตอนที่พวกเธอเพิ่งมาอยู่ดี

 

          น้องสาวจะรีบไปไหน มานั่งกับพวกพี่ไหม.. ข้อมือบางถูกดึงอย่างหยาบคายจากกลุ่มเด็กหนุ่มที่แอลกอฮอล์ในเลือดเริ่มจะมากเกินไป 

 

        ปล่อย!! ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ

 

         สุนิสาสะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับกุม จนแก้วเหล้าในมืออีกฝ่ายกระฉอก

 

         เฮ้ย!! อีนี่ ทำเหล้ากูหกทำไมวะ  เล่นตัวนัก..    เสียงโวยวายเรียกความสนใจจากคนในร้านจนบริกรหญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆต้องเดินเข้ามาดู

       

                   คุณลูกค้าคะ ช่วยปล่อยคุณเค้าด้วยเถอะค่ะอย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกค้าท่านอื่นเลยค่ะ

บริกรสาวเอ่ยเตือนแต่คำตอบที่ได้กลับเป็นมือของเด็กหนุ่มคนอื่นๆในวงที่ลูบวืดเข้ามาที่ก้นอย่างหยาบคาย

 

                  สุนิสาสะบัดมืออย่างแรงจนหนังสือหลุดจากมือไปลงกลางวงเหล้าดังโครมใหญ่ แต่นั่นก็ทำให้ทั้งเธอทั้งบริกรสาวคนนั้นถอยมายืนห่างๆได้

 

                  เฮ้ย!!แมร่งหาเรื่องรึไงวะ   เสียงของเด็กหนุ่มตัวต้นเรื่องตวาดเสียงดัง

 

                  พลั่ก!!  เสียงลูกหนังสีส้มกระทบใบหน้ามนุษย์ก่อนจะกระดอนลงบนโต๊ะตัวเดิมจนทั้งน้ำทั้งอาหารกระจายเต็มใบหน้าของผู้ร่วมโต๊ะทั้งสาม

           

                  โทษทีๆ มันหลุดมือหน่ะ ร่างสูงของหญิงสาวในชุดบาสสีขาวเดินออกมาจากหลังร้านวิ่งเข้ามาเก็บลูกบาสโดยไม่สนใจร่างของเด็กหนุ่มหนึ่งในสามคนที่ลงไปนอนกองนับดาวอยู่บนพื้น

 

               รอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดีดูขัดกับแววตาดุๆที่ทำให้คนเห็นรู้สึกกดดันทำเอาเด็กหนุ่มอีกสองคนที่จะลุกมาหาเรื่องต้องหย่อนตัวลงนั่นตามเดิม เพราะนอกจากผู้หญิงตรงหน้าแล้วด้านหลังบริกรหนุ่มร่างโตอีกสี่ ห้าคนกำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ

 

              ขอโทษนะแต่พี่คงต้องเชิญน้องๆออกไปจากร้านเดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งเถียง... ประโยคหลังร่างสูงชี้มือไปทางด้านหลังที่มีบริกรยืนอยู่

 

             เลือก...จะเดินออกไปหรือจะให้หามออกไปเหมือนเพื่อนน้อง   น้ำเสียงเย็นไม่ได้ดังอย่างหาเรื่องแต่กลับสะกดคนฟังได้เป็นอย่างดี เพราะทันทีที่ฟังจบเด็กหนุ่มทั้งสองก็รีบประคองเพื่อนที่ยังนอนนับดาวออกไปนอกร้านแต่หนึ่งในนั้นกลับถูกกระชากคอเสื้อด้วยมือเพียงข้างเดียวจากร่างสูงที่ยิ้มเย็น

 

             กรุณาจ่ายค่าอาหาร กับค่าข้าวของที่เสียหายด้วยค่ะ  

 

            เด็กหนุ่มลนลานคว้ากระเป๋าตังก่อนจะหยิบแบงค์พันออกมาส่งให้แล้วเผ่นแน่บตามเพื่อตัวเองออกไป 

 

           เอ้า เบล ถือว่าทดแทนความซวยเป็นค่าถูกจับก้นละกัน แบงค์พันที่ได้รับมาถูกยัดลงในมือบริกรสาวที่ถูกหาเรื่อง หลังจากที่แขกในร้านแยกย้ายกลับไปนั่งที่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 

           แต่พี่.. หนูไม่รับดีกว่ามั้ง จานชามแตกไปตั้งหลายใบ อีกฝ่ายปฎิเสธ ร่างสูงไหวไหล่ก่อนจะยัดเงินใส่มือเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

           หักค่าอาหารออกแล้วที่เหลือลงบัญชีว่าเป็นทิปจากแขก  แล้วให้ใครไปเก็บกวาดโต๊ะแล้วก็ขอโทษแขกคนอื่นๆด้วย  หญิงสาวสั่งงานก่อนจะส่งเสียงทักหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ร่างบางหยิบหนังสือที่เปียกโชกขึ้นมาจากกองเศษอาหารด้วยท่าทางเศร้าสร้อย

 

           ขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้   ร่างสูงเอ่ยพลางมองสำรวจหนังสือในมืออีกฝ่ายที่ดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

 

            ไม่เป็นไรค่ะ  โธ่ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ด้วย ทำไงดีหล่ะเนี่ย ประโยคหลังสุนิสาพึมพำกับตัวเอง 

 

            เสียงตึงตังด้านล่างเรียกความสนใจจากแขกพิเศษของร้านให้เดินลงมาดู กันชาติเป็นตัวแทนที่เดินลงมาดูเหตุการณ์

 

           อ้าว!! ไอวีมาตั้งแต่เมื่อไหร่  มาถึงก็หาเรื่องแขกเลยรึไง.

 

         ไอวี หรือ วีนาหันตามเสียงเรียก ที่เจ้าของเสียงกำลังเดินเข้ามาใกล้

 

           น้องไหมพอดีเลย นี่ไงวีนา เพื่อนพี่กับพี่นลิน แล้วนั่นหนังสือไปโดนอะไรมาหล่ะ??

 

         คนถูกถามแค่ยิ้มเศร้าๆพลางถอนหายใจเมื่อก้มลงมองหนังสือในมือที่หมดสภาพจากทั้งเหล้าทั้งกับแกล้มแล้วยังน้ำยำที่เปียกชุ่ม

 

        ไปคุยกันข้างบนดีกว่าไอชาติ ป่านนี่น้องปัทแกรอแล้ว

 

        วีนาบอกปัดก่อนจะไล่อีกฝ่ายที่แยกเขี้ยวกับคำไล่ก่อนจะเดินนำไป ร่างสูงดึงข้อมือสุนิสาที่ยังยืนมองหนังสือในมือให้เดินตามตัวเองไป

 

        รักหนังสือดีนะ ร่างสูงชวนคุย

 

      ค่ะ โดยเฉพาะเล่มนี้ เป็นอย่างนี้ที่ เศร้าเลยหล่ะค่ะพี่..เอ่อ..

 

     วีนา  เรียกวีเฉยๆแบบเจ้าชาติกับยัยปัทก็ได้   วีนาหันมายิ้มตาหยีให้อีกฝ่ายก่อน จะชวนคุยต่อ

 

      ชอบเรื่องอะไรบ้างหล่ะ?  ท่าทางจะชอบอ่านหนังสือนี่เราน่ะ

 

     สุนิสา  เรียกไหมก็ได้ค่ะพี่วี ไหมชอบเรื่อง  ............  ของนาวีค่ะ   คำตอบที่เหมือนจะทำให้อีกฝ่ายยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

 

        ............ นานแล้วเหมือนกันนะเรื่องนี้ซักสามปีได้แล้วมั้ง  พี่ก็อ่านนะเรื่องนี้  แน่หล่ะถ้าเธอไม่อ่านแล้วใครจะอ่านหล่ะความคิดขำๆเรียกรอยยิ้มบางที่มุมปาก  ก่อนที่เสียงทักทายจากบรรดาเพื่อนร่วมก๊วนจะเรียกให้ผู้มาใหม่ก้าวเข้าไปทักทาย 

 

         เก้าอี้ไม้สีน้ำตาลตัวใหญ่ที่ถูกยกมาจากไหนไม่รู้ถูกตั้งแทรกกลางระหว่างสุนิสากับปัทมา บทสนทนาดังขึ้นเป็นระยะแล้วก็เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆจนเมื่อจานอาหารที่ถูกทยอยส่งมาเริ่มพร่องลงไปตามระยะเวลา เสียงของวีนาถึงได้เรียกความสนใจจากสมาชิกในโต๊ะ

 

          ขอตัวแปปนะ..เพิ่งเล่นกีฬามาเหม็นตัวเองจนกลัวคนนั่งข้างๆจะกินไม่ลงแล้วนี่.... ท่อนหลังของประโยคทำเอาเพื่อนร่วมโต๊ะอมยิ้ม  เมื่อคนข้างๆที่ว่าเงยหน้าจากหนังสือที่อยู่ในสภาพสุดโทรมขึ้นมายิ้มแหย  จานข้าวตรงหน้าของสุนิสามีรอยพร่องลงไปน้อยกว่าทุกจานเพราะเจ้าตัวเอาแต่ เขี่ยไปเขี่ยมาแล้วก็หันมามองหนังสือทีแล้วก็หันกลับไปเขี่ยข้าวในจานตัวเองต่อ

 

           ร่างสูงอมยิ้มล้อเลียนหมอฟันตัวเล็กที่เริ่มทำท่าอยากจะลุกขึ้นมาถอนฟันเธออยู่ซะตอนนี้  แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อปัทมาที่นั่งยิ้มส่งสายตาเจ้าเล่ห์ก็กลับพูดขึ้นมาเสียก่อน

 

           ไหม เอาไว้วันหลังพี่พาไปร้านหนังสือหาเล่มใหม่ก็ได้ พี่เหมือนจะเห็นแว้บๆว่าเค้าเพิ่งเอาไอเล่มนี้มาพิมพ์ใหม่นี่นา....

 

             ไม่เป็นไรค่ะพี่ปัท ...ที่จริงไหมอยากไปดูที่ร้านหนังสือเองน่ะคะ ไหมอยากได้ฉบับพิมพ์ครั้งแรกเหมือนเล่มนี้  

 

               สุนิสาบอกปัดรุ่นพี่ตัวเองที่หันไปยักคิ้วให้กับร่างสูงที่ทำท่าจะลุกๆจากโต๊ะแต่ก็ไม่ได้ลุกซักทีด้วยท่าทางเหนือกว่าแต่อีกฝ่ายกลับมุ่นหัวคิ้วก่อนที่จะส่งสายตาดุๆกลับมาแทน จนกันชาติที่นั่งมองอยู่ต้องส่ายหัวพร้อมๆกับเสียงหัวเราะของผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นๆ

 

              วีนายักไหล่ ไม่พูดอะไรต่อก่อนจะหันไปหยิบซากหนังสือของสุนิสาขึ้นมาแล้วเดินหายออกไปทิ้งให้เจ้าของหนังสือมองตามแผ่นหลังกว้างแบบทำอะไรไม่ถูก พอหันไปมองพี่ปัทที่นั่งอยู่ข้างๆพี่ท่านก็หันหน้าหนีไปเสียเฉยๆไม่ต่างอะไรกับพี่หมอคนอื่นๆ

 

               ไหม ไหมมีบ้านอยู่แถบชานเมืองสินะ ย้ายเข้าไปยู่รึยังหล่ะ  กันชาติเริ่มหัวข้อสนทนาขึ้นมาใหม่

 

              ค่ะ  บ้านหลังเก่าก่อนที่ไหมจะไปอังกฤษ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปอยู่เลยค่ะ สุนิสาตอบตำถาม

 

              ทำไมหล่ะไหม พี่ว่าบ้านหลังนั้นน่าอยู่ดีอออกนะ  ดีกว่าห้องเช่าที่เราอยู่ตอนนี้ตั้งเยอะแน่ะ .. ศิริที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับปัทมาถามขึ้น

 

             ไหมยังหาคนตกแต่งไม่ได้น่ะค่ะ  อีกอย่างไหมไม่อยากอยู่บ้านนั้นคนเดียวหรอกค่ะ.....มันทำให้ไหมคิดถึงครอบครัว ประโยคหลังแผ่วไปก่อนที่ยัยตัวเล็กจะยิ้มกว้างส่งให้คนถามที่ทำท่าเสียใจกับถาม

 

            แต่ไหมก็ยังอยากกลับไปอยู่บ้านนั้นนะคะ  แต่คงต้องหาคนตกแต่งเสียใหม่เพราะทิ้งร้างไปเสียเกือบสี่ปีแน่ะค่ะ น้ำเสียงร่าเริงที่ปิดบังแววตาสลดไม่มิดทำเอาคนที่นั่งฟังมานานพูดขึ้นบ้าง

 

            ให้พี่วีเค้าไปทำให้มั้ยไหม...  เห็นอย่างนั้นพี่เค้าเป็นมัณฑนากรฝีมือดีเชียวนะ.. รับรองว่าบ้านไหมต้องออกมาดีแน่ๆ  ปัทมาที่ทำท่าราวกับคิดอะไรดีๆออกเสนอทางเลือกที่กัญชาติเองก็พยักหน้าเห็นด้วย  

 

            ก็ดีนะ บ้านหลังนั้นใกล้ที่ทำงานมากกว่าแล้วก็ไม่เปลี่ยวด้วย  ระหว่างตกแต่งปรับปรุงก็ให้เจ้าวีมันไปค้างเป็นเพื่อนด้วยก็ได้ เจ้านั่นจะได้มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งซักพัก 

 

         สุนิสาได้แค่ยิ้มตอบความหวังดีโดยไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก  แต่ในใจกลับไพล่คิดไปถึงตัวคนที่ตกเป็นเป้าของการสนทนา  สาวร่างสูงที่ดูท่าทางเป็นมิตรแต่ติดจะกวนประสาทอยู่บ้างตามความรู้สึกเธอ หญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งพบเจอกันแต่กลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก  ดูเหมือนจะขี้เล่น แต่ก็เหมือนจะเคร่งเครียด  ดูเหมือนเป็นคนเปิดเผยแต่ก็เหมือนกำลังเก็บงำความคิดบางอย่างอยู่  ที่แน่ๆคือคนๆนี้แปลก...     

 

         อาหารมื้อยาวจบลงเมื่อของหวานสองสามชนิดถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ โดยไม่มีวี่แววขอเจ้าของร้ายที่จะกลับมาให้เห็นจนเมื่อทั้งคณะเดินกลับลงมาที่ชั้นล่างของร้านเพื่อจ่ายเงินเพราะไม่มีใครยอมขึ้นไปเก็บเงิน ร่างสูงในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นธรรมดาๆที่ก็ยังทำให้เจ้าตัวดูดีได้ กลับยืนรออยู่ตรงประตูร้านในมือถือห่อของสีน้ำตาลเอาไว้ พลางกวักมือเรียกแล้วหันหลังเดินนำไปที่จอดรถ

 

           ฉันเลี้ยงแล้วกันไอชาติ วันนี้มันเกิดเรื่องกับน้องเค้าถือว่าแทนคำขอโทษจากฉันแล้วกันว่ะ..ไม่งั้นวันหลังฉันจะไม่ไปตรวจที่ รพ. แกอีก... ร่างสูงบอกปฎิเลธเมื่ออีกฝ่ายยื่นเงินมาให้ก่อนจะเริ่มรุนหลังเพื่อนๆให้ทยอยขึ้นรถไปทีละคนจนถึงคราวของสุนิสาที่เดินมานั่งทางด้านคนขับเพราะถูกปัทมาแย่เอากุญแจรถไป 

 

           ห่อของในมือถูกยื่นส่งให้อีกฝ่ายที่รับมาอย่างงงๆดูจากน้ำหนักกับรูปร่างน่าจะเป็นหนังสือซักเล่มที่มีความหนาไม่น้อยกว่าเล่มที่ถูกหยิบไป  คดีที่เพิ่งนึกออกทำเอาสุนิสาเริ่มจะมองเจ้าของห่อสีน้ำตาลในมือเธอเองอย่างหาเรื่อง  แววตาระยับที่ทำเอาคนถูกมองต้องยิ้มตอบอย่างบอกไม่ถูก

 

            พี่ให้..หวังว่าเราจะชอบนะถือว่าแลกกับเล่มที่เสียแล้วกัน น้ำเสียงเรียบๆเจือแววสนุกสนานดังบอกขณะที่เจ้าตัวเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้   หมอฟันร่างเล็กนั่งลงกับเบาะรถอย่างเสียไม่ได้ร่างสูงโค้งตัวตามลงมากระซิบเบาที่ข้างหูก่อนจะปิดประตูรถแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คนฟังนั่งหน้าร้อนวูบกับลมหายใจแผ่วๆที่ปะทะผิวหน้า 

 

           ทันทีที่กลับถึงที่พักร่างบางแทบจะโยนทุกอย่างในมือทิ้งแล้วแกะห่อของในมืออย่างรวดเร็ว หนังสือเล่มใหญ่ห่อปกอย่างดีแบบเดียวกับเล่มของเธอที่ถูกหยิบไปถูกห่ออยู่ในซองสีน้ำตาลอย่างที่คิด มือขาวพลิกหน้าปกอย่างตื้นเต้นเมื่อเห็นลายมือบรรจงสั้นๆ พร้อมลายเซ็นของนักเขียนคนโปรดตรงปกใน 

 

             เล่มที่ 1 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 นาวี  28/7/45 

 

           กระดาษแผ่นเล็กที่มีรอยหมึกปากกาเขียนผ่านๆอย่างเร่งรีบถูกสอดเอาไว้ในหน้าเดียวกันสุนิสาขยับอ่านตัวหนังสือเขี่ยๆบนนั้น

 

           086-486xxxx ถ้าชอบ ช่วยโทรมาบอกบ้างนะ แล้วพี่จะรอ

 

          แล้วพี่จะรอนะ....  

           

           

 

                                                                                                                            จบบทที่1

 

 

 

 

 

บทที่ 2

 

อดีตไม่อาจหวนกลับมาให้แก้ไข ในขณะที่อนาคตไม่มีวันมาถึงถ้าเราสามารถไม่ก้าวผ่านอดีตและปัจจุบันไปได้

 

.................................................................................................................................................................................

 

                  นาฬิกาหัวเตียงเรือนใหญ่ร้องกริ๊ง...ลั่นห้องชุดขนาดไม่ใหญ่นัก ร่างบางบนที่นอนขยับตัวอย่างเกียจคร้านเพื่อยื่นมือไปปิดนาฬิกาปลุกผ้าห่มสีอ่อนเข้าชุดกับที่นอนเลื่อนลงไปกองอยู่ตรงเอวเมื่อสุนิสาขยับตัวลุกจากที่นอน หนังสือปกสีน้ำเงินเข้มจั่วหัวเรื่องสีดำขลิบเงิน  My Book ถูกวางกองอยู่ข้างๆหัวนอน มือถือเครื่องเล็กวางถัดจากกันไปไม่มากนัก

 

                  เกือบเที่ยงคืนเมื่อหมอฟันร่างเล็กจะตัดสินใจโทรหาอีกฝ่ายเพื่อขอบคุณเรื่องหนังสือ แต่ไม่ว่าจะพยายามโทรไปซักกี่รอบก็ไม่มีวี่แววที่จะได้รับการตอบรับจากปลายสายของอีกฝ่าย  จนความรู้สึกหงุดหงิดเริ่มเข้ามาแทนที่แล้วพาลเข้านอนโดยไม่ลืมวางหนังสือเล่มโปรดไว้ข้างหัวนอนแล้วปล่อยให้คำขอบคุณถูกลืมหายไปในแต่ละวันของการทำงาน

 

                   จนแล้วจนรอดเจ้าของหนังสือเล่มนั้นก็ยังตามเข้ามาหลอกหลอนความคิดของเธอทุกครั้งที่เปิดหนังสือแล้วเห็นลายมือหวัดๆบนกระดาษแผ่นเล็กนั่นรอยยิ้มแบบคนอารมณ์ดีกับความรู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยพูดคุยกันมาก่อนติดชัดในความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเรื่องราวอื่นๆผ่านเข้ามา

 

                     ตื่ดดดด.......   มือถือเครื่องเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารสั่นเรียกความสนใจจากเจ้าของที่กำลังนั่งทานอาหารกับพนักงานคนอื่นๆในรพ.   หมอฟันสาวหยิบมือถือเครื่องเล็กขึ้นมาดูเบอร์ก่อนจะแย้มรอยยิ้มกว้างแล้วกดปุ่มรับอย่างร่าเริง

 

                     สวัสดีค่ะ...พี่วารินใช่ไหมคะ ไหมเองค่ะ สุนิสากรอกเสียงใส่หูโทรศัพท์

 

                      สวัสดีจ้าน้องไหม  ว่างอยู่รึเปล่าจ๊ะ เสียงหวานตอบกลับมาตามสาย

 

                      ว่างค่ะ คลินิกหมดแล้วพี่รินโทรมามีธุระอะไรรึเปล่าคะ.. สุนิสาถามอย่างสงสัย หลังจากงานแต่งที่เชียงใหม่แล้วเธอก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับรุ่นพี่ของเธอซักเท่าไหร่  ปลายสายส่งคำตอบกลับมาอย่างงอนๆไม่สมอายุ

 

                      โหยๆ ...เดี๋ยวนี้แค่โทรมาก็ต้องมีธุระหรอเห็นพี่แต่งงานแล้วตัดหางปล่อยวัดรึไง น้องไหมของพี่รินกลายเป็นคนใจร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย....แงๆๆ

 

                       สุนิสาหลุดหัวเราะอย่างลืมตัวจนพี่ๆพยาบาลที่นั่งร่วมโต๊ะเงยหน้าขึ้นมามองเป็นแถว เมื่อปลายสายมีอีกเสียงที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา

 

                         พี่รินมัวแต่ไปแกล้งเจ้าไหมมัน....วันนี้จะคุยกันรู้เรื่องรึป่าวเนี่ย

 

                        หลุดเลยนลิน เราน่ะ มีหน้าที่ขับรถก็ขับไป...ดูซิน้องดาเค้านั่งมาด้วยเห็นมั๊ยขับดีๆดูทางด้วยอย่ามัวแต่ดูแฟนย่ะ   

 

                       ฯลฯ..............

 

                    สุนิสารวบช้อนเก็บก่อนจะลุกออกจากโรงอาหารไปหาที่นั่งคุยเสียใหม่เมื่อปลายสายอีกฝั่งยังเถียงกันไม่เลิกจนทำให้เธอต้องนั่งกลั้นหัวเราะจนปวดท้องไปหมด

 

                     โอยพี่รินคะ..ไหมหัวเราะจนจะหายใจไม่ทันแล้ว....

 

                    เสียงล้งเล้งที่ปลายสายเงียบเสียงลงไปก่อนที่เสียงใหม่ที่ยังคงสร้างความยินดีให้เธอจะพูดขึ้นมาแทนเสียงทะเลาะทียังคงดังให้ได้ยินแว่วๆอยู่

 

                      สวัสดีจ้า ไหมหรอ นี่พี่ดานะ ตอนนี้สองคนนั้นเค้ากำลังกัด..เอ้ย!!! คุยกันอยู่น่ะจ้ะ  เดี๋ยวไหมคุยกับพี่ไปก่อนแล้วกันนะ

 

                   สุนิสายิ้มรับเสียงจากปลายสาย  บรรดารุ่นพี่ที่เธอสนิทเหมือนจะกำลังรวมตัวกันอยู่ที่ไหนซักที่   เธอเองไม่มีเพื่อนในรุ่นเดียวกันมากนัก แต่กลับสนิทกับรุ่นพี่ๆหลายคนจากหลายๆคณะที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแสบที่ดังไปทั่วมหาลัย

 

                    วันตอนบ่ายไหมว่างใช่มั้ย  พวกพี่จะชวนไปเที่ยวด้วยกันแล้วก็มีเรื่องจะคุยกับเราด้วยหล่ะ  ไปนะ!!!   ท้ายประโยคพี่ดาอ้อนน้องเสียงหวาน

 

                    คะ!!  ตอนนี้พวกพี่อยู่กรุงเทพกันหรอ??? 

 

                    จ้า...เดี๋ยวอีกซัก5-10นาที่พี่คงถึงที่ทำงานเราแล้วหล่ะ...แล้วก็ยัยปัทกับพี่ชาติรู้เรื่องแล้วนะไม่ต้องไปบอก แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ...   เสียงจากอีกฝ่ายเงียบไปพร้อมๆกับสัญญาณที่ขาดหาย

 

                    สุนิสาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนจะเดินแกมวิ่งเข้าไปเก็บของในห้องทำงานเพราะคำว่าอีกวัก5- 10นาทีคงถึงของพี่ๆก๊วนนี้อาจจะหมายความว่าพี่ๆแกกำลังเลี้ยวเข้า รพ.มาก็ได้ ถึงความดีใจจะมากแค่ไหนแต่สุดท้ายความสงสัยตามนิสัยก็ทำให้คนตัวเล็กเริ่มตั้งคำถามว่าลมอะไรที่หอบเอารุ่นพี่ทั้งสามให้กลับมารวมกันแถมยังพร้อมใจมาหาเธอถึงที่อีก

 

                   พี่นลินกับพี่ดายังพอว่าเพราะสองคนนี้เป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยอยู่มหาลัย ถึงจะถูกมองว่าการที่ผู้หญิงกับผู้หญิงมาคบกันเองเป็นเรื่องแปลกแต่ทั้งสองก็พิสูจน์ว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือเรื่องผิดปกติอะไรกับการที่เราจะรักใครซักคนที่เรารัก ถึงคนๆนั้นจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม  ทั้งคู่เรียนจบจากคณะเดียวกันก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วก็วางแผนจะไปอยู่ที่นั่นเป็นการถาวรแต่ก็ยังแวะเวียนกลับมาเมืองไทยเสมอ

 

                   พี่วารินรุ่นพี่เธอสามปีที่ความเซ่อซ่าของเธอไปทำให้รู้จักรุ่นพี่นิสัยดีคนนี้  สุนิสาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับคนที่เธอรักราวกับพี่สาวแท้ๆอย่างที่ถูกเอาไปนินทาหลายต่อหลายครั้ง  เพราะพี่วารินสุนิสาถึงได้รู้จักกับพี่นลินที่เป็นน้องสาวกับพี่ดาที่เป็นหลานรหัสของพี่นลินแถมยังเป็นเพื่อนสนิทแล้วก็อดีตรูมเมทตอนของพี่ปัท แต่หลังจากที่พี่รินแต่งงานแล้วไปเปิดคลินิกของตัวเองที่เชียงใหม่แล้วสุนิสาเองก็แทบไม่ได้เจอหน้าพี่สาวคนนี้อีกเลย

 

                    ไหม..!!!  จ๋า...!! เสียงหวานลากยาวจากหญิงสาวร่างสูงไม่ต่างจากคนเป็นน้องดังบอกการมาถึงก่อนที่เจ้าตัวจะสวมกอดน้องสาวอีกคนอย่างคิดถึง สุนิสากอดตอบอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่ต่างกันก่อนจะยกมือสวัสดีเมื่ออีกฝ่ายคลายอ้อมแขนออก  ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พี่ๆอีกสองคนที่เหลือ

 

                     พี่นลินกับพี่ชาติยืนเขม่นอย่างหาเรื่องก่อนจะแยกเขี้ยวใส่กันในขณะที่พี่ปัทเกาะแขนพี่ดาแน่น แต่ที่เหมือนกันคือทุกๆใบหน้าแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มกว้างที่แต่ละคนนานๆจะยิ้มอย่างนี้กันซะที  ก่อนที่ปัทมากับกันชาติขอตัวไปทำงานต่อเพราะมีงานด่วนเข้ามา สุนิสาเองก็โดนพี่ๆที่เหลือลากให้เดินตามไป แล้วสั่งให้เธอขับรถไปเก็บที่ห้องพักก่อนจะออกไปข้างนอกด้วยกันอีกครั้ง

               

                     พี่รินมาไงคะเนี่ย..แล้วแฟนพี่ไม่ห่วงแย่หรอคะ..? สุนิสาถามหมอฟันอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ เธอกับวารินถูกจัดให้มานั่งอยู่ตอนหลังของรถโดยมีนลินเป็นคนขับกับพี่ดาที่คอยดูทางให้

 

                    วิชาเค้าไปทำธุระที่เมืองจีนอาทิตย์นึงน่ะเค้าเลยขอให้ นลินพาพี่มาเที่ยว   นายวิชาสามีของพี่วารินเป็นเจ้าของธุรกิจหลายชนิดทำให้มีเรื่องต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เสมอ แววตาของคนพูดมีแววเหงาอยู่เล็กน้อยแต่อย่างน้อยเธอก็เห็นได้ถึงความสุขที่พี่คนนี้ของเธอมี

 

                     แล้วก็นะ!พี่มีของอย่างให้เราด้วยหล่ะ... มือขาวลูบหัวหมอฟันร่างเล็กที่ทำหน้าสงสัยอย่างใจดี

 

                     ร่างเล็กเหลียวมองหน้าพี่ๆที่เหลือแต่ก็ได้แค่รอยยิ้มล้อๆกลับมา จนเมื่อตัวรถมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านหลังไม่เล็กสภาพกลางเก่ากลางใหม่ที่ไม่ได้รับการดูแลมานาน   รถแลนโรเวอร์สีแดงเลือดหมูอีกคันจอดชิดอยู่ริมรั้ว สวนในบ้านที่เคยรกเรื้อยามที่ขับรถแวะเวียนมาดูบ้านหลังหนึ่งที่เธอเคยอยู่อาศัย กำลังถูกตกแต่ง